flickr Perfect Woman Institute  
     
ทราบข่าวสาร และ Promotion ก่อนใคร คลิก"ถูกใจ" ก่อนเลยค่ะ
 

ภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาภาวะมีบุตรยาก

ภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาภาวะมีบุตรยาก

  • อาการข้างเคียงเล็กน้อยจากการให้ยาและฮอร์โมนต่างๆอาจทำให้มีอาการปวดศีรษะ
  • การฉีดยาและการเจาะเลือดอาจทำให้เกิดความเจ็บปวดและรอยฟกช้ำ
  • การรักษาบางครั้งมีการยกเลิกรอบการรักษาก่อนที่จะทำการเจาะไข่ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ 10 – 15% ซึ่งมักเกิดจากการตอบสนองของรังไข่ไม่ดีเพียงพอ และมีจำนวน Follicle ที่เจริญเติบโตขึ้นมาน้อยกว่า 3 Follicles
  • หลังการเจาะไข่ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดเกร็งเหมือนกับอาการปวดขณะมีรอบเดือน ซึ่งอาจเกิดขึ้นยาวนาน 24 – 48 ชั่วโมง อาจมีเลือดออกเล็กน้อยทางช่องคลอดจากเข็มที่เจาะผ่านผนังช่องคลอดเข้าไปที่รังไข่เพื่อการเจาะเก็บไข่
  • ระหว่างการเจาะไข่เข็มเจาะไข่อาจทะลุผ่านเส้นเลือดทำให้มีเลือดออกภายในช่องเชิงกราน ลำใส้อาจได้รับบาดเจ็บจากเข็มเจาะไข่ได้เช่นเดียวกัน อุบัติการณ์ของการติดเชื้อค่อนข้างต่ำ 0.58% และอาจเป็นไปได้ที่ไม่สามารถเก็บไข่ออกมาได้เลย นอกจากนี้ความล้มเหลวของการปฏิสนธิส่วนใหญ่แล้วเกิดจากความผิดปกติของเชื้ออสุจิ แม้ว่าไข่บางใบที่มีคุณภาพไม่ค่อยดีจะรวมอยู่ด้วยก็ตาม
  • การตอบสนองของรังไข่ต่อการกระตุ้นไข่อาจมีมากเกินไป (Ovarian HyperStimulation Syndrome: OHSS) ทำให้รังไข่มีขนาดโตขึ้นมากและมีของเหลวสะสมอยู่ภายในช่องท้อง ในรายที่เป็นรุนแรงของเหลวนั้นอาจไปสะสมอยู่รอบๆปอดและหัวใจ อาการท้องอืดแน่นท้องเป็นอาการเริ่มแรกที่พบได้ และผู้ป่วยอาจจะมีาการมากขึ้นจนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ภาวะ OHSS นี้อาจส่งผลถึงชีวิตในรายที่เป็นรุนแรงมาก ในผู้ป่วยที่มีภาวะ OHSS ในระดับเล็กน้อยนั้นพบได้มากถึง 10 – 25% หรือมากกว่าในจำนวนผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธี IVF ทั้งหมด สิ่งที่ต้องทำคือเพียงแต่พักผ่อน และดื่มน้ำให้มากขึ้น และอาจใช้ยาลดปวดเช่น Paracetamol ผู้ป่วย OHSS ที่เป็นระดับปานกลางนั้นพบได้น้อยกว่า 5% ของผู้ป่วยทั้งหมดในขณะที่ระดับรุนแรงนั้นพบได้เพียง 1 – 2% สำหรับผู้ป่วย OHSS ระดับปานกลางและระดับรุนแรงนั้นจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยการตรวจอัลตร้าซาวด์และการเจาะเลือดตรวจ บางรายจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อให้การรักษาด้วยสารน้ำทางหลอดเลือด ถ้าหากมีน้ำในช่องท้องมากและมีอาการทางระบบการหายใจ แพทย์จะทำการเจาะน้ำออกจากช่องท้องให้ (Paracenthesis) หลังจากนั้นผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและมีปัสสาวะออกมากขึ้น OHSS นั้นเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญที่สุดในการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือการเจริญพันธุ์ต่างๆ และได้มีความพยายามอย่างยิ่งที่จะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นและไม่ให้อาการพัฒนาไปในระดับรุนแรง อาจมีความจำเป็นในการยับยั้งการให้ hCG และการยกเลิกการรักษาในรอบนั้น หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือให้ hCG ทำการเจาะไข่และปฏิสนธิเป็นตัวอ่อน แล้วทำการแช่แข็งตัวอ่อนไว้สำหรับใส่กลับคืนให้ในรอบการรักษาต่อไปเพื่อรอให้อาการของ OHSS หายไปก่อน ทั้งนี้เนื่องจาก hCG ซึ่งสร้างจากตัวอ่อนที่ฝังตัวลงไปแล้วจะทำให้อาการของ OHSS เลวลงไปอีก ในรอบการรักษาต่อไปการให้ยากระตุ้นไข่จะถูกลดขนาดลงเพื่อป้องกันการเกิด OHSS ซ้ำอีก
  • อุบัติการณ์การตั้งครรภ์แฝดจะสูงขึ้นในรายที่มีการใส่ตัวอ่อนกลับคืนให้มากกว่าหนึ่งตัวอ่อนเพื่อจุดมุ่งหมายในการเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้น เมื่อใส่ตัวอ่อนสามตัวกลับคืนให้ อัตราการเกิดการตั้งครรภ์แฝดสองเท่ากับ 25% และอัตราการตั้งครรภ์แฝดสามเท่ากับ 5% การตั้งครรภ์แฝดสี่ยังสามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากตัวอ่อนที่ใส่กลับคืนเข้าไปให้แต่ละตัวสามารถแบ่งตัวออกเป็นแฝดเหมือนได้อีก นี่คือเหตุผลว่าเหตุใดที่ผู้หญิงที่มีตัวอ่อนเพียงตัวเดียวยังสามารถตั้งครรภ์แฝดได้ และผู้ที่มีตัวอ่อนเพียงสองตัวสามารถตั้งครรภ์แฝดสามได้ อุบัติการณ์ของการเกิดภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์แฝดที่เพิ่มสูงขึ้นได้แก่ การแท้งบุตรและการคลอดก่อนกำหนด
  • การคลอดก่อนกำหนดเป็นปัญหาสำคัญในการตั้งครรภ์แฝด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งครรภ์แฝดสามขึ้นไป ทารกที่คลอดก่อนกำหนดอาจเสียชีวิตหรือต้องดูแลอย่างใกล้ชิดในห้องอภิบาลทารกแรกเกิดคลอดก่อนกำหนดเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก
  • การตั้งครรภ์นอกมดลูกเป็นภาวะที่พบในการตั้งครรภ์ด้วยการรักษาภาวะมีบุตรยาก มากกว่าที่เกิดขึ้นในการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติเล็กน้อย แต่ไม่มีใครทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น อาจเป็นไปได้ว่าในกลุ่มผู้หญิงที่มารับการรักษานั้นมีความผิดปกติของท่อนำไข่มากกว่าผู้หญิงทั่วไป ซึ่งจะนำมาซึ่งการฝังตัวของตัวอ่อนในท่อนำไข่ อุบัติการณ์ของการตั้งครรภ์นอกมดลูกหลังการรักษาภาวะมีบุตรยาก มีประมาณ 3% จากการตั้งครรภ์ทั้งหมด การตรวจอัลตร้าซาวด์ในสัปดาห์ที่สามหลังจากผลการตรวจการตั้งครรภ์เป็นบวกนั้นจะแสดงให้เห็นถุงน้ำคร่ำอยู่ภายในมดลูก แต่ถ้าไม่สามารถมองเห็นได้ ก็จะต้องพยายามตรวจหาว่าเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือไม่ การเจาะท้องส่องกล้อง (Laparoscopy) อาจเป็นการตรวจที่จำเป็นเพื่อวินิจฉัยว่าการตั้งครรภ์นั้นเกิดภายนอกโพรงมดลูกหรือไม่ ยิ่งสามารถตรวจพบการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้เร็วเพียงใดก็จะยิ่งช่วยป้องกันอันตรายจากการแตกออกของบริเวณที่เกิดการตั้งครรภ์ได้มากเท่านั้น และยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยให้การรักษาทำได้ง่ายขึ้นและอาจไม่จำเป็นต้องตัดท่อนำไข่ทิ้งไปหากสามารถตรวจพบได้โดยเร็ว
  • ประมาณ 20% ของการตั้งครรภ์ที่เกิดจากการทำ IVF นั้นอาจแท้งไป ในระยะแรกอัตรานี้ดูเหมือนจะเป็นค่าที่สูง แต่เมื่อทำการศึกษาในประชากรโดยทั่วไปแล้วกลับพบว่ามีอัตราที่ใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม ในผู้หญิงบางราย เช่นในกรณีที่มีซิสท์ของรังไข่ (Polycystic ovary syndrome: PCOS) นั้นจะมีอุบัติการณ์ของการแท้งบุตรสูงกว่ากรณีอื่นๆ และไม่เกี่ยวกับว่าตั้งครรภ์ด้วยการรักษา หรือตั้งครรภ์เองโดยธรรมชาติ

Perfect Woman Institute.
info@perfectwomaninstitute.com
2123/1 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทร : 02 716 7001 แฟกซ์ : 02 716 7004

Perfect Woman Institute is established to ensure the highest health standard for women in Thailand
www.perfectwoman.co.th