flickr Perfect Woman Institute  
     
ทราบข่าวสาร และ Promotion ก่อนใคร คลิก"ถูกใจ" ก่อนเลยค่ะ
 

การตรวจวินิจฉัยภาวะมีบุตรยากในฝ่ายชาย

    การซักประวัติ
  • เคยทำให้เกิดการตั้งครรภ์มาก่อนหรือไม่แม้ว่าผลการสิ้นสุดการตั้งครรภ์อาจไม่ใช่การคลอดทารกมีชีวิต
  • การตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยากก่อนหน้านี้
  • การรับการรักษาภาวะมีบุตรยากก่อนหน้านี้
  • โรคที่อาจส่งผลกระทบต่อภาวะมีบุตรยาก เช่น เบาหวาน วัณโรค โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคระบบประสาทหรือโรคทางอายุกรรมอื่นๆที่อาจส่งผลต่อภาวะมีบุตรยาก
  • การรับการรักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศด้วยยา รวมถึงการใช้ยาจำพวก ซัลฟาซาลาไซน์ (Salphasalazine) หรือแคลเซียม ชาแนล บล็อกเกอร์(Calcium channel blockers) มาเป็นเวลานาน
  • มีไข้สูงในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา
  • การรับการรักษาด้วยการผ่าตัดเกี่ยวกับอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ในอดีต เช่น การผ่าตัดซ่อมแซมท่อปัสสาวะ ใส้เลื่อน การแก้ไขความผิดปกติแต่กำเนิด การผ่าตัดต่อมลูกหมาก การผ่าตัดบริเวณคอของกระเพาะปัสสาวะ การทำหมันชาย และการผ่าตัดถุงน้ำในถุงอัณฑะเป็นต้น  เนื่องจากการผ่าตัดเหล่านี้อาจทำให้เกิดการอุดตันในระบบสืบพันธุ์ หรือทำให้เกิดการไหลย้อนของน้ำอสุจิเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะได้
  • การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
  • เคยติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส หนองใน chlamydia
  • มีการอักเสบของท่อเก็บตัวอสุจิ (Epididymitis)
  • มีปัญหาซึ่งอาจนำความเสียหายมาสู่อัณฑะ เช่น เป็นคางทูม การติดเชื้ออื่นๆ การบาดเจ็บ  หรือการที่ขั้วอัณฑะถูกบิดทำให้ไม่มีเลือดมาเลี้ยงอัณฑะ ซึ่งหากไม่ได้รับการผ่าตัดแก้ไขโดยเร็วจะส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างถาวรต่ออัณฑะ
  • เส้นเลือดขอดในอัณฑะ
  • อัณฑะไม่ลงมาอยู่ในถุงอัณฑะซึ่งได้รับการรักษาแล้วตั้งแต่ในวัยเด็ก หรือยังคงอยู่
  • อาชีพ หรือการทำงาน ที่ทำอยู่ปัจจุบันหรือเคยทำในอดีต ซึ่งสถานที่หรืองานที่ทำทำให้ต้องสัมผัสกับความร้อน หรือทำให้อัณฑะต้องอยู่ในที่ๆมีอุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน เช่น คนขับรถบรรทุก คนงานในโรงงานหลอมโลหะ หรือเคยสัมผัสการพิษจากสิ่งแวดล้อมหรืองานที่สัมผัสกับสารเคมีซึ่งเป็นพิษต่ออัณฑะ
  • ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
  • การสูบบุหรี่และปริมาณบุหรี่ที่สูบในแต่ละวัน
  • การใช้สารเสพติด
  • ความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์ในหนึ่งเดือน
  • การแข็งตัวขององคชาตเป็นปกติหรือไม่
  • การหลั่งอสุจิเป็นปกติหรือไม่

    การตรวจร่างกายทั่วไป
  • ลักษณะร่างกายทั่วไป เพื่อประเมินสุขภาพร่างกายทั่วไป
  • ชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงเพื่อ
  • วัดความดันและการเต้นของชีพจร ฟังเสียงปอด
  • ประเมินลักษณะการเกิดชายในหญิง เช่น เสียงเล็กแหลม หนวดเครา ขนใต้รักแร้ ขนบริเวณหัวหน่าว ขนาดขององคชาติและอัณฑะ
  • ความผิดปกติของ องคชาติ อัณฑะ ท่อเก็บตัวอสุจิ และท่อนำตัวอสุจิ
  • ไม่มีสารคัดหลั่งคล้ายน้ำนมไหลออกมาจากหัวนม ในรายที่ไม่ได้อยู่ในระหว่างให้นมบุตรหรือไม่เคยตั้งครรภ์มาก่อน
  • ตรวจหาเส้นเลือดขอดของอัณฑะ ถุงน้ำในถุงอัณฑะ และใส้เลื่อน
  • แผลเป็นหรือมีอาการบวมของขาหนีบ
  • ตรวจต่อมลูกหมากและ Seminal vesicles

การตรวจวินิจฉัย: การตรวจน้ำอสุจิ

การตรวจน้ำอสุจินั้นเป็นวิธีการตรวจหลักในการวินิจฉัยภาวะมีบุตรยากในฝ่ายชาย ตัวอย่างของน้ำอสุจิที่เก็บได้จะถูกนำไปตรวจหาค่าต่างๆมากมายในห้องปฏิบัติการ ค่าต่างๆเหล่านี้จะช่วยบอกได้ว่าน้ำอสุจินั้นมีความปกติอย่างไรได้อย่างถูกต้องสมเหตุผล อย่างไรก็ตามยังเป็นการยากที่จะบอกค่าสูงสุดของค่าของการตรวจต่างๆได้อย่างแน่ชัด เนื่องจากผู้ชายจำนวนหนึ่งซึ่งมีค่าการตรวจต่างๆค่อนข้างต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ยังสามารถมีบุตรได้และมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้สูง

ตัวอย่างของอสุจินั้นเก็บมาได้ด้วยวิธีการใช้มือช่วย และก่อนการเก็บตัวอย่างจะต้องไม่มีการหลั่งอสุจิออกมาอย่างน้อย 2 – 3 วันก่อนหน้านี้ ทั้งนี้เพื่อช่วยให้มาตรฐานของค่าต่างๆที่เก็บได้จากผู้ชายแต่ละคนนั้นอยู่ในช่วงเดียวกันและสามารถเปรียบเทียบกันได้ ก่อนเก็บอสุจิควรทำความสะอาดมือและอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกให้สะอาดด้วยสบู่ ล้างด้วยน้ำสะอาดหลายหลายครั้ง และเช็ดด้วยผ้าที่สะอาด อสุจิจะถูกหลั่งใส่ในภาชนะที่จัดเตรียมไว้ให้ เป็นถ้วยพลาสติกมีฝาปิดและเป็นพลาสติกชนิดที่ไม่เป็นพิษต่อตัวอสุจิ ในระหว่างการเก็บตัวอย่างจะไม่อนุญาตให้ใช้สารหล่อลื่นใดๆ เช่น ปิโตรเลี่ยมเจลลี่ เนื่องจากสารหล่อลื่นส่วนใหญ่มีความเป็นพิษต่อตัวอสุจิ

แม้ว่าจะเป็นการดีกว่าที่จะมาทำการเก็บตัวอย่างน้ำอสุจิที่โรงพยาบาล แต่ก็มีผู้ชายจำนวนหนึ่งซึ่งมีปัญหาในการหลั่งอสุจิตามคำสั่งและในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เขาเหล่านั้นจะได้รับอนุญาตให้เก็บตัวอย่างอสุจิมาจากบ้านได้ ตัวอย่างของน้ำอสุจิจะต้องมาถึงโรงพยาบาลภายใน 30 นาทีหลังจากเก็บได้ หากอากาศหนาวเย็นจะต้องเก็บไว้ในที่อบอุ่นเช่นกระเป๋าเสื้อซึ่งแนบกับตัว แต่ไม่ควรวางไว้บนเครื่องทำความร้อนซึ่งจะทำให้อสุจิทั้งหมดตายลงทันที หากอากาศร้อนควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวอย่างน้ำอสุจิสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงหรือสัมผัสกับความร้อนสูง

สถานที่จัดเตรียมไว้ให้สำหรับการเก็บตัวอย่างน้ำอสุจินั้นจะเป็นห้องที่อยู่ภายในคลินิคหรือห้องปฏิบัติการ และเป็นห้องที่อยู่ในบริเวณที่เงียบสงบที่สุด และควรจะแขวนป้ายห้ามรบกวนไว้หน้าห้อง ภายในห้องควรจะจัดเตรียมนิตยสารหรือวิดีโอไว้สำหรับช่วยให้เก็บตัวอย่างน้ำอสุจิได้ง่ายขึ้น ผู้ชายบางคนอาจมีปัญหาในการใช้มือช่วยในการหลั่งอสุจิอันอาจเนื่องมาจากเหตุผลด้านจิตใจ เขาเหล่านั้นจะได้รับถุงยางอนามัยชนิดพิเศษเพื่อใช้ในการมีเพศสัมพันธ์ ถุงยางอนามัยชนิดนี้ไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าหรือร้านขายยาทั่วไป เนื่องจากผลิตจากยางซิลิโคน และไม่มีสารที่เป็นพิษต่อตัวอสุจิดังเช่นถุงยางทั่วไปที่มีวัตถุประสงค์ในการใช้เพื่อคุมกำเนิด เมื่อหลั่งอสุจิได้แล้วจะต้องทำการถ่ายอสุจิจากถุงยางอนามัยใส่ในภาชนะที่จัดเตรียมไว้ให้

การเก็บตัวอย่างน้ำอสุจิอาจทำได้ทั้งแบบแบบเก็บทั้งหมดของอสุจิที่หลั่งได้และแบบที่เก็บบางส่วนของอสุจิ แบบที่เก็บทั้งหมดของอสุจิที่หลั่งได้จะได้รับภาชนะ 1 ใบและเก็บอสุจิใส่ในภาชนะดังได้กล่าวมาแล้ว สำหรับแบบที่เก็บบางส่วนของอสุจินั้นจะได้รับภาชนะ 2 ใบและยึดติดกันด้วยเทปกาว บนภาชนะใบแรกจะติดหมายเลข 1 และอีกใบจะติดหมายเลข 2 ไว้ เมื่อจะมีการหลั่งอสุจิให้หลั่งอสุจิที่พุ่งออกมา 1 – 2 ครั้งแรกใส่ในภาชนะใบที่ 1 ก่อน และที่เหลือทั้งหมดให้ใส่ในภาชนะใบที่ 2 ทั้งนี้เนื่องจากตัวอสุจิส่วนมากจะอยู่ในน้ำอสุจิที่พุ่งออกมา 1 – 2 ครั้งแรก ที่เหลือมักจะเป็นเพียงน้ำที่เป็นส่วนประกอบเท่านั้น ทั้ง 2 ตัวอย่างจะถูกนำไปวิเคราะห์แยกกันและนำผลมารวมกัน การตรวจเช่นนี้จะทำในคลินิคหรือโรงพยาบาลบางแห่งเท่านั้น ในขณะที่ส่วนมากแล้วจะทำการตรวจแบบเก็บทั้งหมด

องการอนามัยโลกได้กำหนดค่ามาตรฐานต่ำสุดที่จะยอมรับได้ว่าอสุจิปกติเอาไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายที่ตรวจค่าอสุจิได้ต่ำกว่าที่กำหนดไว้จะไม่สามารถมีบุตรได้ เนื่องจากค่าต่างๆดังกล่าวได้ถูกกำหนดไว้เป็นแนวทางเท่านั้น อย่างไรก็ตามผลการตรวจแสดงให้เห็นว่ายิ่งมีผลการตรวจผิดปกติมากเท่าใด โอกาสที่จะมีบุตรได้ด้วยวิธีธรรมชาติก็ยิ่งยากมากขึ้น และไม่มีค่าที่บอกว่าผลการตรวจจะต้องต่ำกว่าเท่าใดจึงจะไม่สามารถมีบุตรได้ ยกเว้นในกรณีที่ไม่มีตัวอสุจิในน้ำอสุจิที่หลั่งออกมาเลย หรืออสุจิที่หลั่งออกมาได้ตายแล้วทั้งหมด

อสุจิที่หลั่งออกมาได้ในตอนแรกจะมีลักษณะจับตัวเป็นก้อนซึ่งจะละลายตัวอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่นาที และจะละลายจนเป็นของเหลวทั้งหมดในเวลา 30 นาที ซึ่งหลังจากนี้จะใช้ Pipette (หลอดที่ใช้ในห้องทดลองสำหรับดูดของเหลว) ดูดขึ้นมาได้โดยง่ายแต่ผู้ชายบางคนอาจผลิตน้ำอสุจิที่มีความหนืด วิธีที่จะทดสอบความหนืดก็คือปล่อยให้น้ำอสุจิไหลออกมาจาก Pipette อย่างช้าๆ น้ำอสุจิที่ไม่หนืดจะไหลออกจาก Pipette ออกมาเป็นหยด ในขณะที่น้ำอสุจิที่มีความหนืดมากจะไหลออกมาจาก Pipette เป็นสายที่ไม่ขาดออกจากกัน ความสัมพันธ์ของความหนือของน้ำอสุจิและภาวะมีบุตรยากยังไม่แน่ชัด มีผู้ชายจำนวนหนึ่งที่มีน้ำอสุจิที่มีความหนืดแต่ก็ยังสามารถมีบุตรได้ แต่น้ำอสุจิที่มีความหนืดมากจะทำให้อัตราเร็วของการว่ายของอสุจิผ่านเข้าไปยังปากมดลูกนั้นช้าลง ลักษณะทั่วไปของน้ำอสุจินั้นควรจะมีสีเหลือบออกขาวเทา บางตัวอย่างอาจมีสีออกเหลือง ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการบริโภคแคโรทีนในอาหารเข้าไปในปริมาณมาก อาหารที่มีปริมาณแคโรทีนสูงได้แก่แครอทและน้ำมันปาล์ม กลิ่นของน้ำอสุจินั้นอาจมีกลิ่นออกคาวหรือมีกลิ่นที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตามไม่ควรจะมีกลิ่นเหม็นเน่า

ในการหลั่งอสุจิออกมาแต่ละครั้งจะมีปริมาตรประมาณ 2 – 6 มิลลิลิตร และมักมีฤทธิ์เป็นด่าง ค่า pH ปกติอยู่ระหว่าง 7.2 – 8.5 ความเข้มข้นของตัวอสุจิในน้ำอสุจิปกติแล้วควรจะมีมากกว่า 20 ล้านตัว / 1 มิลลิลิตร หากมีความเข้มข้นต่ำกว่านี้แล้วมักพบว่าอัตราการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติก็จะมีแนวโน้มที่จะลดลงด้วย ประมาณ 50%ของตัวอสุจิในการหลั่งออกมาแต่ละครั้งควรจะสามารถเคลื่อนไหวว่ายไปข้างหน้าได้ องการอนามัยโลกได้แบ่งประเภทรูปแบบของการเคลื่อนไหวของตัวอสุจิออกเป็น 4 ประเภทคือ a, b, c, และ d แบบ a เป็นการเคลื่อนไหวแบบที่ต้องการมากที่สุด และในการหลั่งอสุจิออกมาแต่ละครั้งควรมีตัวอสุจิที่เคลื่อนไหวเช่นนี้มากกว่า 25% จึงจะถือว่าปกติ การเคลื่อนไหวแบบ a นั้นคือการเคลื่อนไหวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่แบบ b นั้นคือมีการเคลื่อนไหวไปข้างหน้าได้อย่างช้าๆ แบบ c คือมีการเคลื่อนไหวได้แต่ไม่ว่ายไปข้างหน้า และแบบ d คือไม่มีการเคลื่อนไหวเลย

ในทุกๆตัวอย่างอสุจิจะมีสัดส่วนของตัวอสุจิที่ผิดปกติอยู่อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งปกติที่สามารถพบได้แม้แต่ในผู้ชายที่สามารถมีบุตรได้ปกติ ดังนั้นองการอนามัยโลกจึงประกาศว่าหากในน้ำอสุจิที่หลั่งออกมาได้มีจำนวนตัวอสุจิที่มีรูปร่างปกติมากกว่า 30 % แล้วคะแนนที่ให้เกี่ยวกับรูปร่างของตัวอสุจิในการตรวจถือว่าปกติ แม้ว่าจะมีตัวอสุจิจำนวนมากที่อยู่กับที่ในขณะที่ทำการตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์ แต่เมื่อทิ้งไว้นานขึ้นตัวอสุจิเหล่านั้นกลับมาคลื่อนไหวอีกครั้ง ดังนั้นเพื่อเป็นการนับจำนวนอสุจิที่มีชีวิตอยู่ได้อย่างแน่ชัด จึงทำการหยดสีชนิดพิเศษ (Eosin-Nigrosin dye) ลงบนตัวอย่างอสุจิ พบว่าอสุจิตัวที่ตายจะถูกย้อมเป็นสีชมพูและสามารถทำการนับได้ วิธีนี้จึงช่วยให้การประเมินสัดส่วนจำนวนตัวอสุจิที่มีชีวิตได้อย่างถูกต้องมากขึ้น และองค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้มีอสุจิที่มีชีวิตอยู่มากกว่า 75% จึงจะถือว่าปกติ หากมีจำนวนเม็ดเลือดขาวปรากฏอยู่ในน้ำอสุจิมากกว่า 1 ล้านตัวต่อมิลลิลิตรจะถือว่ามีการติดเชื้อเกิดขึ้น แต่ส่วนมากแล้วไม่สามารถตตรวจพบเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อได้ Immunobead และMAR จะถูกทำการทดสอบหาภูมิคุ้มกันต่อต้านตัวอสุจิในตัวอย่างอสุจิ หากมีภูมิคุ้มกันตัวอสุจิ ตัวอสุจิจำนวนมากจะจับกลุ่มกันซึ่งมองเห็นได้ชัดเจนจากกล้องจุลทรรศน์

บ่อยครั้งที่ค่าการตรวจต่างๆของน้ำอสุจิจากผู้ชายคนเดียวกันมีค่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่อาจต้องมีการตรวจอสุจิมากกว่าหนึ่งครั้ง ในช่วงเวลาที่ห่างกัน 2 – 3 สัปดาห์หรือเป็นเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ตรวจครั้งแรกแล้วพบว่าผลการตรวจต่ำกว่ามาตรฐาน เพื่อที่จะทดสอบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของค่าต่างๆ เป็นบางครั้งคราวหรือถาวร แต่โดยส่วนมากแล้วผู้ที่มีผลการตรวจต่ำกว่ามาตรฐานในการกรวจครั้งแรก มักไม่ได้ผลที่แตกต่างหรือดีกว่าครั้งแรกมากในการตรวจครั้งที่สอง แม้ว่าความเจ็บป่วย หรือมีไข้ในระหว่างการผลิตอสุจิในรอบ 74 วัน ก่อนหน้าที่จะทำการตรวจนั้นจะได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว ในบางรายผลการตรวจอสุจิที่ต่ำกว่ามาตรฐานซึ่งเกิดจากการใช้ยาที่เป็นพิษต่ออัณฑะจะดีขึ้นภายในเวลาหลายเดือนจนถึงเป็นปีภายหลังการหยุดใช้ยานั้นแล้ว

Perfect Woman Institute.
info@perfectwomaninstitute.com
2123/1 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทร : 02 716 7001 แฟกซ์ : 02 716 7004

Perfect Woman Institute is established to ensure the highest health standard for women in Thailand
www.perfectwoman.co.th