flickr Perfect Woman Institute  
     
ทราบข่าวสาร และ Promotion ก่อนใคร คลิก"ถูกใจ" ก่อนเลยค่ะ
 

ความผิดปกติของการตกไข่

 ความผิดปกติของฮอร์โมน

การมีระดับฮอร์โมนในร่างกายสมดุลย์เป็นสิ่งสำคัญต่อการเจริญพันธุ์ เนื่องจากฮอร์โมนชนิดต่างๆในร่างกายของผู้หญิงนั้นเป็นตัวควบคุมให้รังไข่มีการตกไข่เกิดขึ้น และยังควบคุมให้โพรงมดลูกสร้างเยื่อบุขึ้นมารองรับการฝังตัวของตัวอ่อนอีกถ้าหากไข่นั้นได้รับการปฏิสนธิ ยังมีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งซึ่งร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนที่จะไปกระตุ้นรังไข่ให้ผลิตไข่ได้อย่างเพียงพอ ดังนั้นจึงไม่มีไข่ที่สุกสมบูรณ์และไม่มีไข่ตกนั่นเอง

 รังไข่ล้มเหลว

เซลล์ไข่ของผู้หญิงนั้นมีติดตัวมาตั้งแต่ผู้หญิงยังเป็นตัวอ่อนอยู่ในครรภ์ แรกเริ่มเดิมทีในรังไข่จะมีเซลล์ไข่บรรจุอยู่ภายในจำนวนหลายล้านฟอง และจะค่อยๆลดลง พอเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ก็จะเหลืออยู่เพียง 250,000 ฟอง เมื่ออายุ 25 ปีจะมีไข่เหลืออยู่ในรังไข่ประมาณ 60,000 ฟอง เมื่ออายุ 40 ปีจะมีไข่ ในรังไข่ประมาณ 8,000 ฟอง ในแต่ละรอบเดือนจะมีเซลล์ไข่ที่โตขึ้นพร้อมกันหลายใบ แต่จะมีแค่ 1 ใบหรืออย่างมากไม่เกิน 2 ใบที่โตเต็มที่หรือสุกนั่นเอง และตกออกมาจากรังไข่ พวกที่ไม่โตก็ฝ่อไป ดังนั้นไข่ที่ตกออกมาใช้จริงๆตลอดชั่วอายุของผู้หญิงหนึ่งนั้นจึงมีจำนวนเพียงไม่กี่ร้อยฟองเท่านั้นเอง เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพื่อการคัดเลือกตามธรรมชาติ จะเห็นว่าเมื่ออายุมากขึ้นก็จะมีจำนวนไข่ที่พร้อมจะโตน้อยลง เซลล์ไข่ที่เหลืออยู่จะตอบสนองต่อฮอร์โมนที่มากระตุ้นให้ไข่สุกสมบูรณ์และตกไข่ได้น้อยลง เนื่องจากไข่นั้นมีอายุมากและมีการเสื่อมสภาพ จนในที่สุดไม่มีไข่ตกอีกต่อไป ผู้หญิงก็จะเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน แต่ยังมีผู้หญิงอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่มีไข่ตกอันมีสาเหตุมาจากเริ่มเข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือนก่อนวัย โดยปกติแล้วผู้หญิงจะเริ่มเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเมื่ออายุประมาณ 45 ปีขึ้นไป แต่ก็มีบางรายที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเมื่ออายุยังน้อย ซึ่งพบได้ 1 - 5 % ของผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 40 ปี ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีบุตรยาก เพราะการหมดประจำเดือนหมายถึงไม่มีการตกไข่แล้วนั่นเอง

 กลุ่มอาการของการมีซิสท์ที่รังไข่ (Polycystic ovary syndrome: PCOS)

ปัญหาสำคัญของภาวะมีบุตรยากอีกอย่างหนึ่งก็คือซีสท์ที่รังไข่ ผลจากการที่ไข่ไม่ตกออกจากรังไข่ จะกลายเป็นซิสท์หรือถุงน้ำเล็กๆ ในรังไข่แทน ในรังไข่แต่ละข้างอาจมีซิสท์เป็น 10 ถุง ซึ่งในซิสท์นั้นอาจจะมีหรือไม่มีเซลล์ไข่อยู่ภายใน แต่ซิสท์ที่มีเซลล์ไข่อยู่นั้นจะสามารถผลิตฮอร์โมน Estrogen ออกมาได้ ในทางการแพทย์เรายังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่ภาวะนี้มักจะพบว่าเกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม และพบได้ในผู้หญิงทุกระดับอายุในช่วงวัยเจริญพันธุ์ มีผู้หญิงจำนวนมากที่เป็นโรคนี้แต่ไม่มีอาการแสดง อีกนัยหนึ่งคือผู้ที่เป็นโรคนี้สามารถมีอาการแสดงเกิดขึ้นเมื่อใดก็อาจเป็นได้ โดยทั่วไปแล้วซิสต์นั้นมีขนาดค่อนข้างเล็ก ปกติแล้วมักจะพบว่ามีขนาดไม่เกิน 8 มิลลิเมตร แต่ก็สามารถที่จะมองเห็นได้จากการวินิจฉัยด้วยการตรวจ Ultrasound และการตรวจเลือดหาระดับฮอร์โมนบางตัวที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติ อาการแสดงก็คือ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ประจำเดือนมาน้อย หรือไม่มีประจำเดือนเลย เนื่องมาจากการผลิตฮอร์โมนที่ผิดปกติจาก Pituitary gland และจากรังไข่ทั้งสองข้าง และในผู้หญิงบางกลุ่มจะมีอาการปวดในอุ้งเชิงกรานร่วมด้วย บางรายแท้งบุตร เนื่องจากการที่มี LH ฮอร์โมนในกระแสเลือดสูง อาการอื่นๆได้แก่ เป็นสิวที่บริเวณใบหน้าและแผ่นหลัง มีขนขึ้นตามใบหน้าและตามตัว เช่นหน้าอก แขน และขา เนื่องจากมีฮอร์โมนอีกชนิดหนึ่งที่หลั่งออกมาจากรังไข่ นั่นก็คือ Testosterone หรือฮอร์โมนเพศชายนั่นเอง ซึ่งปกติก็มีอยู่ในร่างกายของผู้หญิงด้วย แต่เมื่อรังไข่มีการผลิตฮอร์โมนผิดปกติ ระดับฮอร์โมน Testosterone จึงเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามระดับของฮอร์โมน Testosterone ที่เพิ่มมากขึ้นนี้จะยังน้อยกว่าที่พบในเพศชาย นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่เป็นซิสท์ที่รังไข่มักจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากซิสท์จำนวนมากมีการผลิตฮอร์โมน Estrogen ออกมา ระดับของ Estrogen ที่สูงขึ้นจึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว

 น้ำหนักตัวน้อย

นอกจากนี้การที่ผู้หญิงมีน้ำหนักตัวที่น้อยกว่ามาตรฐานมาก หรือน้ำหนักตัวลดลงอย่างมากในช่วงเวลาสั้นๆ จะส่งผลต่อกระบวนการผลิตไข่ แม้ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่เชื่อว่าร่างกายของผู้หญิงจะต้องมีการสะสมของไขมันในสัดส่วนที่พอเหมาะต่อมวลทั้งหมดของร่างกาย เมื่อปริมาณไขมันที่สะสมในร่างกายลดลงอย่างมาก บ่อยครั้งที่ร่างกายจะหยุดการผลิตไข่และการสร้างเยื่อบุโพรงมดลูก ผู้หญิงกลุ่มนี้จึงมักมีประจำเดือนผิดปกติ มีประจำเดือนน้อย หรือสองสามเดือนจึงจะมีรอบเดือน เชื่อว่าเกิดจากการที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนกระตุ้นไข่ (FSH และ LH) ได้น้อยลง และเมื่อมีการสะสมไขมันเพิ่มขึ้นจนมีสัดส่วนที่เหมาะสมแล้ว ร่างกายจะสามารถกลับมาผลิตไข่ และสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกได้อีก จึงกลับมามีประจำเดือนปกติอีกครั้ง

 นักกีฬา

นักวิ่งระยะไกล นักยิมนาสติก หรือนักเต้นบัลลต์ และนักกีฬาที่มีการโหมออกกำลังกายอย่างหนัก มีแนวโน้มว่าจะมีรอบเดือนผิดปกติ เนื่องจากได้ถูกฝึกให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงอย่างมาก ดังนั้นจึงสูญเสียไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายไป เมื่อปริมาณของไขมันในร่างกายลดลง ก็เกิดปัญหาเช่นเดียวกันกับพวกที่น้ำหนักน้อยดังได้กล่าวมาแล้ว

 ฮอร์โมน Prolactin สูง

ฮอร์โมน Prolactin เป็นฮอร์โมนอีกชนิดหนึ่งซึ่งสร้างจากต่อม Pituitary ทำหน้าที่พัฒนาต่อมน้ำนมและกระตุ้นให้มีการหลั่งน้ำนมออกมาได้ แน่นอนว่าระดับฮอร์โมนนี้จะต้องสูงขึ้นในช่วงที่ตั้งครรภ์และหลังคลอดในระยะให้นมบุตร แต่เรายังพบว่ามีผู้หญิงจำนวนหนึ่งซึ่งมีระดับฮอร์โมนนี้สูงขึ้นในระยะอื่นซึ่งถือว่าผิดปกติ ความเครียดอาจนำไปสู่ภาวะที่ระดับฮอร์โมน Prolactin สูงได้ แต่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น หากมีระดับฮอร์โมนนี้สูงเป็นระยะเวลานาน อาจเป็นไปได้ว่ามีความผิดปกติของต่อม Pituitary มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้องอกของ Pituitary ซึ่งพบได้บ่อย แต่ถึงแม้เนื้องอกนี้จะไม่ใช่มะเร็งและส่วนมากก็มีมักขนาดเล็ก แต่ก็จะส่งผลให้เกิดความผิดปกติขึ้นต่อการหลั่งฮอร์โมน บางรายอาจยังมีรอบเดือน บางรายอาจไม่มีรอบเดือนเลย เนื่องจากภาวะที่ระดับฮอร์โมน Prolactin สูงจะรบกวนการหลั่งของฮอร์โมนอีกชนิดหนึ่งคือ GnRH ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตกไข่ เมื่อไม่มีไข่ตก จึงไม่มีรอบเดือน และเนื่องจากไม่มีกระบวนการตกไข่จึงทำให้ระดับฮอร์โมน Estrogen ต่ำลงด้วย ส่งผลให้เกิดปัญหาเช่นเดียวกับผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน คือ ช่องคลอดแห้ง และมวลกระดูกลดลง อาการอื่นๆได้แก่การมีน้ำนมไหลออกมาจากหัวนม แต่เกิดขึ้นเฉพาะบางรายเท่านั้น สาเหตุอื่นๆที่ทำให้เกิดภาวะที่ระดับฮอร์โมน Prolactin สูงได้แก่มีความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ การได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ การใช้ยาบางชนิด และสารเสพติดประเภทฝิ่นและโคเคน เหล่านี้จะส่งผลรบกวนสมดุลย์ของฮอร์โมนได้ทั้งสิ้น

Perfect Woman Institute.
info@perfectwomaninstitute.com
2123/1 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทร : 02 716 7001 แฟกซ์ : 02 716 7004

Perfect Woman Institute is established to ensure the highest health standard for women in Thailand
www.perfectwoman.co.th