|
ผลการรักษาด้วย Blastocyst ที่ประสบความสำเร็จ
ผู้ป่วยที่ผลการทดสอบการตั้งครรภ์เป็นบวกหรือมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นนั้นจะต้องทำการเหน็บยาฮอร์โมน Progesterone เสริมต่อไป โดยปกติจะให้ขนาด 400 mg วันละสองครั้ง การตรวจอัลตร้าซาวด์จะกระทำในสัปดาห์ที่สามหลังการตรวจเลือดพบการตั้งครรภ์ ทั้งนี้เพื่อตรวจดูให้แน่ชัดว่าการตั้งครรภ์นั้นอยู่ภายในโพรงมดลูก จำนวนของตัวอ่อนที่ตั้งครรภ์ทั้งหมด หากทุกสิ่งเป็นปกติ การเหน็บยาจะยังคงกระทำต่อไปอีกเป็นเวลา 9 สัปดาห์ ทั้งนี้ผู้ป่วยอาจสามารถค่อยๆลดขนาดการใช้ยาลงทีละน้อยในสัปดาห์สุดท้ายของการใช้ยา เช่นอาจใช้ยา 200 mg วันละสองครั้งเป็นเวลา 4 วัน และลดลงเหลือ 200 mg วันละครั้งอีก 3 วันแล้วจึงหยุดยา
ระยะในการตรวจอัลตร้าซาวด์ระหว่างการตั้งครรภ์
โดยปกติแล้วการคำนวณอายุครรภ์ของการตั้งครรภ์ด้วยวิธีการใดๆก็ตาม จะนับจากสองสัปดาห์ก่อนวันที่คาดว่าจะเกิดการปฏิสนธิ ดังนั้นในผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จจากการรักษาด้วยวิธี Blastocyst
จึงจะนับว่าตั้งครรภ์ได้สี่สัปดาห์เมื่อมีการทดสอบการตั้งครรภ์ ซึ่งจะทำหลังการเจาะไข่ประมาณสองสัปดาห์ ดังนั้นการตรวจอัลตร้าซาวด์ครั้งแรกจึงจะทำเมื่ออายุครรภ์เจ็ดสัปดาห์ และการหยุดการใช้ฮอร์โมน Progesterone เสริมจะหยุดเมื่ออายุครรภ์สิบสิงสัปดาห์ ซึ่งการตรวจอัลตร้าซาวด์ครั้งที่สองจะทำเมื่ออายุครรภ์ 12 สัปดาห์นี้ ซึ่งผู้ป่วยจะถูกส่งไปยังคลีนิคฝากครรภ์ต่อไปหลังการตรวจในครั้งนี้ โดยผู้ป่วยจะได้รับคำแนะนำให้ทำการตรวจอัลตร้าซาวด์อีกเมื่ออายุครรภ์ 19 และ 32 สัปดาห์ ระยะเวลาของการตั้งครรภ์ทั้งสิ้น 40 สัปดาห์ แต่อาจเริ่มทำการคลอดได้ตั้งแต่สองสัปดาห์ก่อนครบกำหนด และการคลอดอาจคลาดเคลื่อนออกไปได้อีกสองสัปดาห์หลังจากครบกำหนด ในขณะที่การตั้งครรภ์โดยวิธี Blastocyst ส่วนใหญ่มักทำการคลอดโดยการผ่าตัดทางหน้าท้อง (Caesarean section) เนื่องจากข้อบ่งชี้ทางสูติศาสตร์ต่างๆ อย่างไรก็ตามยังคงเปิดโอกาสให้สามารถเลือกที่จะทำการคลอดเองตามธรรมชาติได้เมื่อตั้งครรภ์ครบกำหนดหลังจากการตั้งครรภ์ด้วยการทำ Blastocyst
|