|
การคัดเลือกผู้ป่วย
เมื่อใดที่การทำ บลาสโตซิสท์(Blastocyst) จะเป็นทางเลือกของผู้ป่วยมีบุตรยาก และอะไรคือข้อบ่งชี้? คำตอบของคำถามนี้มีหลายด้าน ประการแรกคือการตัดสินใจเข้ารับการช่วยเหลือการเจริญพันธุ์ ผู้ที่เหมาะสมจะเป็นผู้ป่วย ได้แก่ผู้ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์มานานกว่าสองปี ซึ่งตัดสินใจเข้ารับการรักษาก่อนที่อายุของฝ่ายหญิงจะกลายมาเป็นอุปสรรคต่อการรักษาได้ หรือในรายที่ฝ่ายหญิงมีปัญหาการล้มเหลวของรังไข่จากการที่มีอายุมากหรือด้วยเหตุผลอื่นๆก็ตาม อาจทำ บลาสโตซิสท์(Blastocyst) โดยการใช้ไข่บริจาค (Donor eggs) ได้ ประการต่อมาในกระบวนการการตัดสินใจคือการขจัดปัจจัยต่างๆที่อาจส่งผลให้การรักษามีประสิทธิภาพต่ำกว่าที่ควรจะเป็น และเสนอทางเลือกต่างๆเพื่อให้ผลการรักษามีโอกาสสำเร็จสูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่นการทำ บลาสโตซิสท์(Blastocyst) ในรายที่มีจำนวนอสุจิน้อยมาก หรือไม่มีตัวอสุจิเลยนั้นอาจไม่ประสบผลสำเร็จ จึงจำเป็นต้องใช้เทคนิคอื่นๆร่วมด้วย เช่นในรายที่ไม่มีอสุจิจากการหลั่งปกติอาจต้องทำการผ่าตัดชิ้นเนื้อจากอัณฑะ (TESE) เพื่อนำตัวอสุจิจากเนื้อเยื่อที่ได้มาทำการปฏิสนธิกับไข่ หรือในรายที่มีจำนวนอสุจิน้อยมาก หรือได้อสุจิมาจากการทำ TESE อาจต้องทำการช่วยปฏิสนธิ (ICSI) ร่วมด้วย เป็นต้น สำหรับกรณีอื่นๆที่เหลือนั้นจำเป็นต้องตัดสินใจเข้ารับการรักษาเมื่อ บลาสโตซิสท์(Blastocyst) ถูกเสนอเป็นทางเลือกแรกในการรักษา หรือเมื่อล้มเหลวจากการรักษาด้วยวิธีการอื่นๆ
ปัจจุบันเป็นที่ประจักษ์โดยทั่วไปว่าการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการทำ บลาสโตซิสท์(Blastocyst) นั้นได้ผลดีมากกว่าการรักษาการรักษาสาเหตุของภาวะมีบุตรยากด้วยยาหรือการผ่าตัดแบบสมัยก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่ผู้ป่วยถูกคัดเลือกมาเป็นอย่างดีว่ามีความเหมาะสมสำหรับวิธีการนั้นๆ การรักษาด้วย บลาสโตซิสท์(Blastocyst) นั้นได้มีการพัฒนาจนมาถึงจุดที่แพทย์สามารถเสนอให้เป็นทางเลือกแรกสำหรับการรักษาภาวะมีบุตรยากได้อย่างมีความมั่นใจ ไม่ว่าผู้ป่วยจะมีภาวะมีบุตรยากจากสาเหตุใดก็ตาม เนื่องจากไม่มีสาเหตุใดที่เป็นข้อห้ามสำหรับการทำ บลาสโตซิสท์(Blastocyst) ท้ายที่สุดแล้วการทำการรักษาด้วย บลาสโตซิสท์(Blastocyst) ยังเป็นเสมือนเครื่องมือในการตรวจวินิจฉัยสาเหตุของการมีบุตรยาก ซึ่งแตกต่างจากการใช้เครื่องมือต่างๆในการตรวจปัจจัยต่างๆดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ โดยจะช่วยให้สามารถมองเห็นกระบวนการเจริญเติบโตของตัวอ่อนแต่ละระยะได้เป็นอย่างดีที่สุดด้วย ดังนั้นจึงไม่เป็นเรื่องแปลกหากจะตรวจพบปัญหาที่ไม่ได้คาดหวังไว้ระหว่างการทำการรักษาด้วย บลาสโตซิสท์(Blastocyst)
|