การทำ TESE
การนำวิธีการ ICSI มาใช้โดยทั่วไปในการรักษาภาวะมีบุตรยากนั้น ได้กลายมาเป็นสิ่งที่มีบทบาทเด่นชัดและมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อกระบวนการบริหารการรักษาภาวะมีบุตรยาก ทั้งนี้เนื่องจากมีจำนวนอสุจิเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ต้องการเพื่อการปฏิสนธิด้วยวิธีการนี้ มีเทคนิคการผ่าตัดหลายวิธีการที่ถูกพัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันเพื่อนำอสุจิออกมาจากอัณฑะหรือส่วนอื่นๆในท่อทางเดินของอสุจิ ปริมาณและคุณภาพของอสุจิที่ได้นั้นไม่ได้มีคุณภาพต่ำเสมอไป แต่จากผลที่ได้แสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีผลกระทบรุนแรงต่ออัตราความสำเร็จเมื่อใช้อสุจิที่ยังมีชีวิตที่ผ่าตัดนำออกมาได้ในการปฏิสนธิด้วยวิธี ICSI
ข้อบ่งชี้ การทำ TESE
ภาวะที่ไม่มีอสุจิในน้ำอสุจิที่หลั่งออกมาเนื่องจากมีการอุดตันของท่อทางเดินอสุจินั้น เป็นข้อบ่งชี้หลักในการช่วยผ่าตัดนำอสุจิออกมา ภาวะที่ไม่มีท่อนำอสุจิแต่กำเนิดนั้นเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มนี้ อุบัติการของความล้มเหลวในการผ่าตัดต่อท่อนำอสุจิภายหลังจากการทำหมันสะท้อนให้เห็นผลในระยะยาวในการทำหมันแบบถาวร การผ่าตัดนำอสุจิออกมาจากผู้ป่วยเหล่านี้สามารถทำได้ในกรณีที่การทำหมันนั้นได้ตัดท่อนำอสุจิออกไปเป็นช่วงยาวเกินกว่าที่จะนำมาต่อกลับคืนไปได้ และนอกจากนี้การผ่าตัดนำอสุจิออกมายังสามารถทำได้ในรายที่ไม่สามารถหลั่งอสุจิออกมาเองได้
TESE เป็นเทคนิคหนึ่งของการผ่าตัดนำอสุจิออกมาในผู้ป่วยที่ไม่มีอสุจิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่ไม่ประสบความสำเร็จจากการรักษาด้วยเทคนิคอื่นๆ TESE สามารถทำได้โดยการตัดชิ้นเนื้อจากอัณฑะออกมา และกระบวนการในการนำตัวอสุจิออกมาจากเนื้อเยื่อจากอัณฑะ ซึ่งจะนำไปใช้ในการช่วยปฏิสนธิด้วย ICSI ต่อไป การทำ TESE นี้ได้มีการการเปลี่ยนแปลงแนวทางในการช่วยเหลือการเจริญพันธุ์ไปอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น ในผู้ป่วยที่ไม่มีอสุจิในน้ำอสุจิที่หลั่งออกมานั้นในอดีตเคยเชื่อว่าภาวะเป็นหมันนั้นจะไม่สามารถกลับมามีบุตรได้ แต่จากประสบกรณ์ในปัจจุบันพบว่า การตรวจหาตัวอสุจิจากเนื้อเยื่อที่ตัดออกมาจากอัณฑะของผู้ป่วยอย่างพินิจพิเคราะห์นั้น พบว่าสามารถตรวจพบอสุจิได้ในผู้ป่วยจำนวนมาก แม้แต่ในรายที่ไม่มีอสุจิที่สมบูณ์เต็มที่เลยก็ยังสามารถพบเซลล์ต้นกำเนิดของอสุจิ (Spermatid) ได้มากถึง 50% และสามารถนำมาใช้ในการปฏิสนธิกับเซลล์ไข่ของฝ่ายหญิงด้วยวิธี ICSI ได้
การผ่าตัดนำอสุจิออกมา
ในผู้ป่วยที่ไม่มีอสุจิในน้ำอสุจิที่หลั่งออกมาเลยนั้น แพทย์จะทำการตรวจหาสาเหตุที่ชัดเจนก่อน การตรวจนั้นอาจรวมถึงการเจาะเลือดเพื่อหาหลักฐานว่ามีการล้มเหลวของการทำงานของอัณฑะหรือไม่ เช่นมีการเพิ่มสูงขึ้นของระดับฮอร์โมน FSH, LH, Testosterone เพื่อทดสอบว่าผู้ป่วยรายนั้นมีอสุจิที่สามารถนำมาใช้ได้จริง ซึ่งจะกระทำก่อนที่จะมีการกระตุ้นไข่ในฝ่ายหญิง และอสุจิที่ได้มานั้นจะทำการเก็บแช่แข็งเอาไว้สำรองใช้ในการรักษา โดยจะทำการละลายอสุจิออกมาในวันที่มีการเจาะไข่ และจะช่วยการปฏิสนธิของอสุจิและเซลล์ไข่ด้วยวิธี ICSI อสุจิสดที่ผ่าตัดนำออกมาได้จากวิธีการ TESE อาจจะนำมาใช้ในกรณีที่ไม่มีอสุจิแช่แข็งไว้ก่อนหน้านี้ ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ต้องการทำการทดสอบนำอสุจิออกมาก่อนเริ่มการรักษาในฝ่ายหญิง ในกรณีนี้มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้ตัวอสุจิจากการผ่าตัด ผู้ป่วยควรต้องทราบถึงความเสี่ยงนี้ด้วย เพื่อจะได้พิจารณาถึงการขอรับอสุจิบริจาคไว้สำหรับสำรองใช้
สรุปกาำรทำ TESE
โดยทั่วไปแล้วการผ่าตัดนำอสุจิออกมานั้นถือว่าเป็นกระบวนการที่ปลอดภัย และช่วยให้ผู้มีบุตรยากมีทางเลือกมากขึ้นในการรักษา จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่พบว่าการผ่าตัดนำอสุจิออกมาด้วยวิธีการต่างๆดังกล่าวมาแล้วนั้นมีความสัมพันธ์ต่ออัตราความผิดปกติและพิการของทารกแตกต่างจากอัตราความผิดปกติที่พบในประชากรทั่วไป
|