|
จำนวนของตัวอ่อนที่จะย้ายกลับคืนสู่โพรงมดลูก
จำนวนของตัวอ่อนที่จะใส่กลับคืนสู่โพรงมดลูกส่งผลต่ออัตราการตั้งครรภ์ ยิ่งใส่ตัวอ่อนจำนวนมากกลับคืนให้อัตราการตั้งครรภ์ก็ยิ่งสูงตาม อย่างไรก็ตามการใส่ตัวอ่อนจำนวนมากยังส่งผลให้อัตราการตั้งครรภ์แฝดสูงตามขึ้นไปด้วย ซึ่งการตั้งครรภ์แฝดสามหรือมากกว่ามักก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อการตั้งครรภ์นานาประการ เมื่อทำการใส่ตัวอ่อนสามตัวกลับคืนให้พบว่าจากจำนวนการตั้งครรภ์เป็นการตั้งครรภ์แฝดสองถึง 25% ในขณะที่อัตราการตั้งครรภ์แฝดสามและมากกว่าพบได้ประมาณ 5 - 8%
นอกจากจำนวนของตัวอ่อนจะส่งผลต่ออัตราการตั้งครรภ์ อายุของมารดา ระยะของตัวอ่อน และคุณภาพของตัวอ่อน ก็ส่งผลต่อการตั้งครรภ์มากเช่นเดียวกัน ดังนั้นจำนวนของตัวอ่อนที่จะใส่กลับจึงต้องพิจารณาถึงปัจจัยเหล่านี้ด้วย โดยทั่วไปหากทำการใส่ตัวอ่อนที่ระยะ บลาสโตซิสท์(Blastocyst) ตัวอ่อนระยะ 5 วัน) ในผู้หญิงที่อายุน้อย (20-25 ปี) แพทย์อาจทำการใส่ตัวอ่อนกลับคืนให้เพียงหนึ่งถึงสองตัวอ่อน สำหรับผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 35 ปี ยังอาจพิจารณาใส่ตัวอ่อนให้เพียงสองตัวในการทำ บลาสโตซิสท์(Blastocyst) ครั้งแรก การใส่ตัวอ่อนครั้งละสามตัวนั้นอาจทำในรายที่อายุ 36 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่เคยประสบความล้มเหลวในการทำ IVF มาก่อน ทั้งตัวผู้ป่วยเองและทีมสุขภาพที่ให้การรักษาจะต้องร่วมกันตัดสินใจว่าจะใส่ตัวอ่อนกลับคืนจำนวนกี่ตัว อย่างไรก็ตามสถาบันเพอร์เฟควูแมน ได้จำกัดจำนวนตัวอ่อนสูงสุดที่จะใส่กลับคืนให้ได้ไม่เกินสามตัวอ่อนในผู้ป่วยที่มีโอกาสการตั้งครรภ์ต่ำมาก เช่น อายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป และในผู้ป่วยอายุต่ำกว่า 45 จะทำการใส่ตัวอ่อนกลับคืนให้เพียงไม่เกินสองตัวอ่อนโดยอัตราการตั้งครรภ์ที่ได้ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีดังเดิม สำหรับผู้ป่วยที่มีโอกาสตั้งครรภ์สูง เช่น อายุน้อยกว่า 35 ปี และไม่ต้องการตั้งครรภ์แฝด จะทำการย้ายตัวอ่อนกลับคืนให้เพียงหนึ่งตัวอ่อนเท่านั้น ความสามารถในการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนได้นานขึ้นถึง 5 วันนั้นช่วยให้แพทย์สามารถเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพดีที่สุดจากบรรดาตัวอ่อนที่สามารถเจริญเติบโตไปจนถึงระยะ บลาสโตซิสท์(Blastocyst) ได้ ซึ่งเป็นความหวังว่า เทคนิคอันก้าวหน้าในการทำการรักษานี้จะนำไปสู่การลดจำนวนตัวอ่อนที่จะใส่กลับคืนและคงอัตราความสำเร็จที่สูงไว้ได้
|