|
ผลการรักษาที่ไม่ประสบความสำเร็จ
ในผู้ป่วยที่มีรอบเดือนมาก่อนการนัดตรวจการตั้งครรภ์ไม่จำเป็นต้องทำการตรวจการตั้งครรภ์อีก เพราะการมีรอบเดือนมาหมายถึงไม่ตั้งครรภ์ในรอบการรักษานั้น แต่อย่างไรก็ตามหากการมีเลือดออกทางช่องคลอดเพียงเล็กน้อยหรือเป็นเพียงจุดเล็กๆ การตรวจเลือดจะสามารถอธิบายประเด็นนั้นได้อย่างชัดเจน ในผู้ป่วยทุกรายที่ไม่ตั้งครรภ์แพทย์จะให้หยุดการใช้ฮอร์โมน Progesterone เสริม (ไม่ว่าจะจากผลการตรวจเลือดแสดงการไม่ตั้งครรภ์หรือการมีรอบเดือนมา) และผู้ป่วยจะได้รับการนัดหมายให้มาพบแพทย์อีกหลังจากนั้น นอกจากนี้ในผู้หญิงที่ใช้ Progesterone เสริม หลังการรักษาด้วย Blastocyst และไม่มีรอบเดือนไม่มาไม่ได้หมายความว่ามีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น แต่ Progesterone อาจทำให้รอบเดือนเลื่อนออกไปได้ และรอบเดือนจะกลับมาเป็นปกติภายหลังการหยุดใช้ยาไประยะหนึ่ง
ในการมาพบแพทย์ครั้งต่อไป จะได้ทบทวนสรุปถึงกระบวนการรักษาด้วยวิธี Blastocyst ทุกขั้นตอน และพยายามหาสาเหตุที่ทำให้ไม่เกิดการตั้งครรภ์ และประเมินว่าจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเพื่อให้การรักษาในรอบต่อไปมีโอกาสประสบความสำเร็จตั้งครรภ์ได้สูงขึ้น และถ้าหากผู้ป่วยมีตัวอ่อนเหลือแช่แข็งเก็บเอาไว้ แพทย์จะได้สรุปข้อมูลและวางแผนให้ทำการละลายตัวอ่อนออกมาใส่กลับคืนสู่โพรงมดลูกให้ต่อไป |